ゆりかもめ

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับค่าโดยสาร-บัตรโดยสาร

ท่านสามารถโดยสารยูริคาโมเมะโดยใช้บัตร Suica หรือ Pasmo (สามารถโดยสารรถไฟและรถบัสทุกพื้นที่ทั่วประเทศญี่ปุ่นโดยใช้IC การ์ด สำหรับการเดินทางที่ท่านมีอยู่)

เด็กระดับประถมอายุ 6-12 ปีจะใช้ราคาเด็ก
เราแบ่งประเภทค่าโดยสารดังนี้

0 ขวบ (ทารก)・・・ฟรี
1 ขวบ - 5 ขวบ (เด็กเล็ก)・・・ฟรีไม่เกิน 2 คนสำหรับผู้ใหญ่หรือเด็ก 1 คน คนที่ 3 เป็นต้นไปจะใช้ค่าโดยสารเด็กสำหรับผู้ใหญ่หรือเด็ก 1 คน กรณีโดยสารคนเดียวจะใช้ค่าโดยสารเด็ก
6 ขวบ - 11 ขวบ (เด็ก)・・・อายุ 6 ขวบก่อนเข้าโรงเรียนประถมถือเป็นเด็กเล็ก ค่าโดยสารเด็กเล็ก (ครึ่งหนึ่งของค่าโดยสารผู้ใหญ่, เศษไม่ถึง 10 เยนจะปัดขึ้น)
12 ปีขึ้นไป (ผู้ใหญ่)・・・เด็กประถมอายุ 12 ปีถือเป็นเด็ก

บัตรโดยสารแบบตามจำนวนเที่ยวและบัตรโดยสารไปกลับมีขายที่เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติในแต่ละสถานี ※บัตรโดยสารแบบตามจำนวนเที่ยวมีมูลค่า 10 เท่าของค่าโดยสารปกติเที่ยวเดียวในระยะทางดังกล่าว และมีคูปองโดยสาร 12 ใบ (สำหรับเด็ก จะมีมูลค่า 10 เท่าของค่าโดยสารเด็ก และมีคูปองโดยสาร 12 ใบ)
กรุณาดูรายละเอียดที่นี่
มีบัตรโดยสารแบบตามจำนวนเที่ยวที่มีส่วนลดสำหรับผู้พิการด้วย

อนึ่ง เราไม่มีส่วนลดสำหรับบัตรโดยสารไปกลับ

ใบเสร็จรับเงินจะออกให้โดยห้องทำงานเจ้าหน้าที่สถานี (ห้องทำงานนายสถานี) ในสถานีชิมบาชิและสถานีโทโยสุ
นอกจากนี้ ในแต่ละสถานียังมีเครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติที่ออกใบเสร็จรับเงินได้ด้วย

มีขายที่เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติในแต่ละสถานี
ที่สำนักงานของสถานีชิมบาชิและโทโยสุ มี "ตั๋วล่วงหน้า" (มีอายุใช้งาน 6 เดือน) ขายด้วย

(1) บัตรโดยสารแบบปกติ :   บัตรโดยสารเที่ยวเดียว เฉพาะวันที่ขาย, บัตรโดยสารไปกลับ 2 วันนับจากวันที่ขาย
(2) บัตรโดยสารแบบรายเดือน : 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน
(3) บัตรโดยสารแบบตามจำนวนเที่ยว : 3 เดือนนับจากวันที่ขาย
(4) บัตรโดยสารแบบหนึ่งวัน : ตั๋วที่ขายที่เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติจะใช้ได้เฉพาะวันที่ขาย (ตั๋วประเภทที่ระลึกมีอายุ 1 วันภายในระยะเวลาประมาณ 6 เดือนนับจากวันที่เริ่มขาย)

กรณีซื้อตั๋วที่เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติโดยที่ปลายทางและจำนวนคนไม่ถูกต้อง หากนำบัตรโดยสารที่ยังไม่ได้ใช้งานไปคืนที่เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติในวันที่ขายตั๋ว จะมีเงินตามจำนวนตั๋วคืนมาจากช่องรับเงินทอน
หงายด้านสีฟ้าของตั๋วขึ้น (ด้านที่พิมพ์จำนวนเงิน) เสียบตั๋วทีละใบเข้าไปตรงช่องที่หยิบตั๋วออกมา (ช่องรับตั๋ว) จะมีเงินออกมาจากช่องรับเงินทอน

(1) กรณีบัตรโดยสารปกติ หากบัตรโดยสารนั้นยังไม่ได้ใช้งาน และอยู่ภายในอายุการใช้งานหรือก่อนวันที่มีผลใช้งาน จะคืนค่าโดยสารที่จ่ายไปให้ แต่มีค่าธรรมเนียม 190 เยนต่อบัตรโดยสาร 1 ใบ
(2) บัตรโดยสารแบบหนึ่งวันจะคืนเงินให้ในกรณีที่อยู่ในอายุการใช้งานและยังไม่ได้ใช้งาน และมีค่าธรรมเนียม 220 เยน
(3) บัตรโดยสารไปกลับที่ยังไม่ได้ใช้งานก็เช่นเดียวกับข้อ (1)
(4) กรณีบัตรโดยสารแบบรายเดือนก่อนวันเริ่มมีอายุการใช้งานและบัตรโดยสารแบบตามจำนวนเที่ยวก่อนเริ่มใช้งาน สามารถคืนเงินเช่นเดียวกับบัตรโดยสารปกติ กรณีนี้จะมีค่าธรรมเนียม 220 เยนต่อ 1 ใบ (บัตรโดยสารแบบตามจำนวนเที่ยวที่มีคูปอง 12 ใบจะถือเป็น 1 ใบ)
(5) บัตร Passnet สามารถคืนเงินที่สถานีชิมบาชิและสถานีโทโยสุ (ภายในวันที่ 31 มกราคม ปี 2018)

จะคืนเงินให้หากยังอยู่ในอายุการใช้งาน มูลค่าการคืนเงินจะเป็นยอดคงเหลือหลังหักค่าโดยสารปกติของคูปองที่ใช้แล้วออกจากมูลค่าของบัตรโดยสารแบบตามจำนวนเที่ยวที่ซื้อมา (ค่าโดยสารตามจำนวนครั้ง) กรณีนี้มีค่าบริการ 220 เยน
※ กรณีที่ใช้บัตรโดยสารแบบตามจำนวนเที่ยวมูลค่า 3,200 เยนไป 5 ใบ : 3,200-(320×5)=1,600
1,600-220 (ค่าบริการ) = 1,380 เยน (ยอดคืนเงิน) 

บัตรโดยสารแบบรายเดือนที่จะไม่ใช้แล้วและยังอยู่ในอายุการใช้งานจะคืนเงินเป็นยอดที่หักค่าโดยสารแบบพาสตามจำนวนเดือนที่ใช้งาน (จำนวนวันที่ไม่ถึง 1 เดือนจะปัดขึ้นเป็น 1 เดือน) และค่าบริการ 220 เยนออกจากค่าโดยสารแบบพาสดังกล่าว อนึ่ง ในการคืนเงิน กรุณานำสิ่งที่สามารถยืนยันตัวตนของท่านมาด้วย (เช่น ใบอนุญาตขับขี่ หนังสือเดินทาง บัตรประกัน บัตรนักเรียน ฯลฯ)

ยอดที่ชำระคืน = ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือนดังกล่าว-ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือนตามจำนวนเดือนที่ใช้แล้ว-ค่าบริการ 220 เยน

(ตัวอย่าง) กรณีที่ใช้บัตรโดยสารแบบรายเดือน 6 เดือนมา 1 เดือน 1 วัน (1 วันจะคำนวณเป็น 1 เดือน ฉะนั้น จำนวนเดือนที่ใช้แล้วจึงเป็น 2 เดือน)
ยอดที่ชำระคืน = ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือนดังกล่าว-(ค่าบัรโดยสาร 1 เดือนx2)-ค่าบริการ

※ อ้างอิง : วิธีคำนวณการคืนเงินตามจำนวนเดือนที่ใช้แล้วบัตรโดยสารแบบรายเดือน 6 เดือน

จำนวนเดือนที่ใช้งาน วิธีคำนวณการคืนเงิน
1 เดือน ยอดที่ชำระคืน = ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือนดังกล่าว-(ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือน 1 เดือน+ค่าบริการ)
2 เดือน ยอดที่ชำระคืน = ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือนดังกล่าว-(ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือน 1 เดือนx2+ค่าบริการ)
3 เดือน ยอดที่ชำระคืน = ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือนดังกล่าว-(ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือน 1 เดือนx3+ค่าบริการ)
4 เดือน ยอดที่ชำระคืน = ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือนดังกล่าว - (ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือน 3 เดือน+ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือน1 เดือน+ค่าบริการ)
5 เดือน ยอดที่ชำระคืน = ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือนดังกล่าว-(ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือน 3 เดือน+ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือน 1 เดือนx2+ค่าบริการ)

※บัตรโดยสารแบบรายเดือนที่จะไม่ใช้แล้วซึ่งไม่เกิน 7 วันรวมวันที่เริ่มมีผลบังคับใช้จะคืนเงินโดยใช้วิธีคำนวนดังนี้
ยอดที่ชำระคืน = ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือนดังกล่าว-(ค่าโดยสารแบบปกติไปกลับระหว่างช่วงระยะทางบนหน้าตั๋วxจำนวนวันที่ใช้แล้ว)-ค่าบริการ 220 เยน

※กรณีที่จะซื้อบัตรโดยสารแบบรายเดือนใหม่โดยเปลี่ยนประเภทและช่วงระยะทาง จะคำนวณค่าโดยสารเป็นหน่วย 10 วัน และหักค่าโดยสารตามหน่วย 10 วันในช่วงวันที่ใช้งานไปและค่าบริการ (เศษที่ไม่ถึง 10 วันจะถือเป็น 10 วัน)
ค่าโดยสารตามหน่วย 10 วันมีมูลค่า 10 เท่าของมูลค่ารายวัน เราจะคืนเงินโดยใช้วิธีคำนวณ ① และ ② ดังนี้

  1. ① มูลค่ารายวัน = ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือน÷จำนวนวัน
    สำหรับจำนวนวันจะกำหนดให้ 1 เดือน : 30 วัน, 3 เดือน : 90 วัน, 6 เดือน : 180 วัน และจะปัดเศษขึ้นเป็นหน่วย 1 เยน
  2. ② ยอดที่ชำระคืน = ค่าบัตรโดยสารแบบรายเดือนดังกล่าว-(มูลค่ารายวันx10 วันxจำนวนช่วง10 วันที่ใช้งานไป)-ค่าบริการ 220 เยน

ที่ห้องนายสถานีชิมบาชิและสถานีโทโยสุ

ขออภัย บัตรเครดิตไม่สามารถใช้ได้

เกี่ยวกับการปรับค่าโดยสาร

ค่าโดยสารหน่วย 1 เยนจะใช้เมื่อเข้าและออกจากสถานีที่เครื่องตรวจตั๋วอัตโนมัติด้วย IC การ์ด เช่น PASMO และ Suica ฯลฯ
กรณีที่ซื้อตั๋วและบัตรโดยสารแบบตามจำนวนเที่ยวโดยหักเงินจาก IC การ์ด จะเป็นค่าโดยสารที่มีหน่วย 10 เยน

ค่าโดยสารหน่วย 1 เยนจะใช้เมื่อเข้าและออกจากสถานีที่เครื่องตรวจตั๋วอัตโนมัติด้วย IC การ์ด เช่น PASMO และ Suica ฯลฯ
ฉะนั้น กรณีที่เข้าไปในสถานีด้วยตั๋วจะเป็นค่าโดยสารหน่วย 10 เยนแม้ว่าจ่ายเงินค่าโดยสารเพิ่มในส่วนที่นั่งเลยสถานีด้วย IC การ์ด ก็ตาม

ค่าโดยสารเด็กจะเป็นครึ่งราคาของผู้ใหญ่ (ข้อเสนอที่จะแก้ไข)
※ สำหรับค่าโดยสารผ่านIC การ์ด หากไม่ถึง 1 เยนจะปัดลงและให้จำนวนเงินเป็นหน่วย 1 เยน
※ สำหรับค่าโดยสารที่ซื้อเป็นตั๋ว หากไม่ถึง 10 เยนจะปัดขึ้นและให้จำนวนเงินเป็นหน่วย 10 เยน

สำหรับค่าโดยสารแบบรายเดือน เป็นหน่วย 10 เยนเหมือนกันทั้งตั๋วและIC การ์ด

เกี่ยวกับการใช้บริการของผู้พิการ

แต่ละสถานีติดตั้งลิฟต์จากทางเท้าถึงลานโถง และจากลานโถงถึงชานชาลา
นอกจากนี้ เรายังติดตั้งเครื่องตรวจตั๋วอัตโนมัติมากกว่า 1 เครื่องซึ่งมีความกว้างสำหรับผู้โดยสารที่ใช้เก้าอี้รถเข็น
บนรถไฟมีพื้นที่สำหรับเก้าอี้รถเข็น 4 จุด (จากตู้โดยสารตู้ที่ 2 ถึงตู้ที่ 4) และ 2 จุด (ตู้โดยสารที่ 3 และตู้ที่ 4) และเราได้ลดพื้นต่างระดับจากชานชาลา จึงสามารถใช้บริการได้อย่างสบายใจ
เมื่อใช้บริการ กรุณาแจ้งพนักงานที่อยู่ใกล้หรือใช้อินเตอร์โฟน เราจะช่วยเหลือในการโดยสารและปรับเวลาหยุดรถไฟให้เหมาะสม

เราใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ควบคุมที่มีโครงสร้างเดียวกับรถไฟประเภทอื่น จึงไม่มีอะไรต้องกังวล
สำหรับโทรศัพท์มือถือ เราขอความร่วมมือจากผู้โดยสารทางเสียงประกาศบนรถไฟให้ปิดสวิตช์เมื่อผู้โดยสารหนาแน่นบริเวณที่นั่งสำรองพิเศษ

เราไม่มีส่วนลดค่าโดยสารซ้ำอีก แม้ว่าเป็นกรณีที่เข้าข่ายตามเงื่อนไขส่วนลด 2 ข้อขึ้นไป จะไม่ใช้ส่วนลดค่าโดยสารซ้ำซ้อนสำหรับบัตรโดยสารใบเดียวกัน

ติดต่อสอบถามเมื่อลืมของ

สำหรับสัมภาระสูญหายบริเวณสถานีและบนรถไฟ สถานที่ติดต่อสอบถามจะแตกต่างกันตามวันที่สอบถามนับจากวันที่ลืม หรือสูญหาย
กรุณาดูรายละเอียดที่นี่

เกี่ยวกับเวลาเดินรถ

รถไฟจากชิมบาชิไปอาริอาเกะออกเวลา 00:30น. รถไฟจากโทโยสุไปชิมบาชิออกเวลา 23:53น. รถไฟจากโทโยสุไปอาริอาเกะออกเวลา 00:32น.
※ วันธรรมดาและวันหยุดจะเป็นเวลาเดียวกัน
ตารางเวลาของแต่ละสถานี

ในวันธรรมดา ตั้งแต่เที่ยวแรกถึง 08:00น. มีระยะห่าง 4-8 นาที ตั้งแต่ 08:00 ถึงช่วงครึ่งหลังของเวลา09:00น. มีระยะห่าง 3-4 นาที ระหว่างวันจะเดินรถห่างกันทุก 5 นาที
ในวันหยุด ตั้งแต่เที่ยวแรกถึง 09:00น. มีระยะห่าง 5-8 นาที ระหว่างวันจะเดินรถห่างกันทุก 4 นาที

รถไฟจากชิมบาชิไปโทโยสุออกเวลา 05:45น. รถไฟจากโทโยสุไปชิมบาชิออกเวลา 05:15น. รถไฟจากอาริอาเกะไปชิมบาชิออกเวลา 05:15น.
※ วันธรรมดาและวันหยุดจะเป็นเวลาเดียวกัน
ตารางเวลาของแต่ละสถานี

เกี่ยวกับปัญหาในการขนส่ง

กรุณาดูเส้นทางสำรองหลัก ๆ เมื่อรถไฟยูริคาโมเมะมีการหยุดเดินรถ.
(เมื่อคลิกจะมีไฟล์ PDF เปิดขึ้นในหน้าต่างใหม่)

เส้นทางสำรองหลัก ๆ เมื่อรถไฟยูริคาโมเมะมีการหยุดเดินรถ

※ ข้อมูลส่วนนี้เป็นการแนะนำข้อมูลเส้นทางสำรองเมื่อรถไฟยูริคาโมเมะหยุดเดินรถ

กรุณาตรวจสอบสภาพการหยุดเดินรถและการโอนเปลี่ยนสายรถไฟเนื่องจากจะแจ้งให้ทราบทางอุปกรณ์แสดงข้อมูลและเสียงประกาศภายในสถานี กรณีจะยกเลิกการโดยสารรถไฟและใช้วิธีขนส่งอื่นแทน กรุณาอ้างอิงแผนที่เส้นทางสำรองที่นี่

กรณีที่การเดินรถไฟเกิดอุปสรรคและตัดสินว่าใช้เวลานานกว่าจะกลับมามีสภาพปกติ

ในการโอนเปลี่ยนสายรถไฟสามารถโดยสารในเส้นทางและระยะทางดังนี้

เส้นทางรถไฟ ระยะทาง
JR สายยามาโนเตะ โตเกียว - ชิมบาชิ - โอซากิ
สายเคฮินโทโฮกุ ชินากาวะ - โออิมาจิ
สายริงไค - โอซากิ - ชินคิบะ (ตลอดสาย)
รถไฟใต้ดินโทเอ สายอาซากุสะ ตลอดสาย
สายโอเอโดะ ตลอดสาย
สายมิตะ ตลอดสาย
สายชินจูกุ ตลอดสาย
โตเกียวโมโนเรล - ฮามามัตสึโจ - เทนโนสุไอล์
โตเกียวเมโทร สายยูรากุโจ ยูรากุโจ - ชินคิบะ
สายกินซ่า ชิมบาชิ - กินซ่า
สายฮิบิยะ กินซ่า - ฮิบิยะ
เส้นทางรถบัส ระบบเดินรถ ระยะทาง
รถบัสของโทเอ ตลอดสาย ุอุมิ 01 หน้าสถานีโตเกียวเทเลพอร์ต - หน้าสถานีโทโยสุ
ทะ 99 สถานีชินากาวะ ทางออกโคนัน - ชิบาอุระฟุโต - สถานีทามาจิ ทางออกทิศตะวันออก
ฮิกาชิ 16 สถานีโตเกียว ทางออกยาเอสุ - โตเกียวบิ๊กไซต์
ฮามะ 95 สถานีชินากาวะ ทางออกโคนัน - หน้าสถานีฮามามัตสึโจ
รถบัส KM ตลอดสาย รถบัสเรนโบว์ แกรนด์นิกโกโตเกียวไดบะ - สถานีทามาจิ ทางออกทิศตะวันออก - สถานีชินากาวะ ทางออกโคนัน
อื่น ๆ ระยะทาง
รถบัสสะเทินน้ำสะเทินบก (กรุณระวังเรื่องวันเดินรถ) โตเกียวบิ๊กไซต์-พาเลททาวน์ - ฮิโนเดะซัมบาชิ
สวนสาธารณะริมทะเลโอไดบะ - ฮิโนเดะซัมบาชิ

กรณีที่อยู่ภายในระยะทางของบัตรโดยสารแบบรายเดือน (บัตรโดยสารแบบรายเดือนที่ใช้แถบแม่เหล็ก, บัตรโดยสารแบบรายเดือน Suica/PASMO) หรือมีตั๋ว, บัตรโดยสารแบบตามจำนวนเที่ยว, บัตรโดยสารแบบ 1 วันอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถใช้บริการการโอนเปลี่ยนสายรถไฟได้
※ กรณีที่โดยสารโดยใช้ยอดคงเหลือใน IC การ์ด เช่น Suica/PASMO ฯลฯ เมื่อเข้าไปในสถานีจะไม่ได้หักค่าโดยสารจนถึงปลายทาง จึงไม่สามารถใช้ในการโอนเปลี่ยนสายรถไฟ

เกี่ยวกับการเดินรถตามสภาพอากาศ ฯลฯ

เช่นเดียวกับรถไฟสายอื่น เมื่อมีความเร็วลมมากกว่า 25 เมตรต่อวินาที การขับรถไฟต่อไปในสถานการณ์เช่นนั้นจะเป็นอันตราย รถไฟจะจอดชั่วขณะที่สถานีใกล้ที่สุดและรอจนกว่าลมจะอ่อนกำลังลง

เส้นทางของรถไฟยูริคาโมเมะส่วนมากวิ่งผ่านพื้นที่ที่เกิดจากการถม และได้ตรวจสอบมาตรการรับมือแผ่นดินไหวตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบแล้ว
เริ่มแรกเราออกแบบโครงสร้างโดยอ้างอิงข้อมูลแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ภูมิภาคคันโต แต่ทราบว่าในพื้นที่อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดการสลายตัวเป็นของเหลว จึงใช้มาตรการป้องกันแผ่นดินไหว เช่น ปรับปรุงพื้นดินโดยวางเสาเข็มให้ลึกขึ้น ฯลฯ
หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ฮันชิน-อาวาจิในเดือนมกราคม ปี 1995 มีการออกแบบโครงสร้างที่ต้านทานแผ่นดินไหวบนพื้นฐานของเอกสารข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับถนนและสะพานฉบับแก้ไข และได้ดำเนินการต่าง ๆ เช่น การก่อสร้างเพื่อป้องกันสะพานพังทลาย ฯลฯ รวมทั้งมีการเสริมแรงเพื่อให้สามารถต้านทานแผ่นดินไหวระดับเดียวกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ฮันชิน-อาวาจิ

หากมีหิมะสะสมไม่เกินประมาณ 2-3 เซนติเมตร จะขับรถไฟต่อไปตามปกติโดยใช้อุปกรณ์ให้ความร้อนบนถนน (ลวดทำความร้อน) และอุปกรณ์กำจัดหิมะสำหรับตู้โดยสาร ขับขี่โดยลดความเร็วตามสภาพเส้นทางเดินรถ (ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) กรณีนี้ส่วนใหญ่จะขับขี่ตามตารางเดินรถ
เมื่อมีหิมะทับถมสูงเกินกว่าที่กำหนด จะโปรยสารละลายหิมะเพื่อไม่ให้หิมะแข็งตัว หากหิมะตกหนักโดยทับถมเกิน 10 เซนติเมตร จะเพิ่มจำนวนพนักงานกวาดหิมะ ใช้พนักงานมากวาดหิมะออก และพยายามขับรถไฟอย่างระมัดระวัง แต่กรณีที่ขับขี่ในสภาพเช่นนั้นต่อไปได้ยาก อาจตัดการเดินรถบางช่วงออกไป (ขับขี่โดยเว้นช่วงห่าง) หรือหยุดเดินรถ

เมื่อรถไฟหยุดเดินรถกลางคันระหว่างสถานี จะมีการแจ้งเตือนอัตโนมัติไปยังศูนย์ควบคุมส่วนกลาง โดยแสดงสถานที่หยุดรถไฟ หมายเลขรถไฟ ประเภทของปัญหา และรายละเอียด ฯลฯ
ผู้สั่งการจะตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหาจากข้อมูลปัญหา ติดต่อพร้อมกันไปยังเจ้าหน้าที่ นายสถานี และเจ้าหน้าที่บำรุงรักษา ฯลฯ ของสถานีที่อยู่ใกล้ที่สุด และสั่งให้ไปยังรถไฟที่หยุดเดินรถอยู่ทันที เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งจะขับรถฉุกเฉินไปยังจุดเกิดเหตุและแก้ไขเบื้องต้น เมื่อใช้เวลานานกว่าจะกลับมามีสภาพปกติ จะให้ผู้โดยสารย้ายมาขึ้นรถไฟกู้ภัย และอพยพผู้โดยสารไปยังสถานีที่ใกล้ที่สุด

เกี่ยวกับยูริคาโมเมะ

ความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างโมโนเรลกับระบบขนส่งแบบใหม่คือโครงสร้างของเส้นทางเดินรถไฟ (สำหรับรถไฟโดยทั่วไปจะเรียกว่าทางรถไฟ) เส้นทางเดินรถโมโนเรลถูกสร้างขึ้นด้วยคาน 1 เส้น ส่วนเส้นทางเดินรถของระบบขนส่งแบบใหม่มีโครงสร้างเหมือนกับทางด่วนสำหรับรถยนต์ และวิ่งบนเส้นทางดังกล่าวด้วยล้อยาง 4 ล้อต่อตู้โดยสารเช่นเดียวกับรถยนต์
※ สำหรับโมโนเรล จะมีแบบคร่อมรางซึ่งวิ่งในลักษณะที่ตู้โดยสารคร่อมบนคานคอนกรีต 1 เส้น (คานทางรถไฟ) กับแบบแขวนซึ่งจะวางตัวรถไฟด้านใน (หรือบน) คานที่มีรูปทรงกล่องเหล็ก และวิ่งโดยแขวนตัวรถไฟไว้บนคานดังกล่าว

"ยูริคาโมเมะ" คือนกนางนวลตัวเล็กที่มีจะงอยปากและขาเป็นสีแดงเข้ม หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ามิยาโกะโดริ (นกพรานหอย) ซึ่งมิยาโกะโดริในแม่น้ำสุมิดะที่ถูกนำมาแต่งไว้ในบทกวีญี่ปุ่นคือนกชนิดนี้นั่นเอง เป็นที่คุ้นเคยของชาวเมืองมาตั้งแต่สมัยโบราณและในปี 1965 ถูกแต่งตั้งให้เป็น "นกของชาวเมือง" เรานำมาตั้งเป็นชื่อไม่เป็นทางการของระบบขนส่งแบบใหม่ที่วิ่งรถผ่านศูนย์กลางย่อยริมทะเล โดยทำให้เห็นภาพยูริคาโมเมะที่กำลังกระพือปีกเหนือท่าเรือโตเกียวเพื่อให้เป็นที่คุ้นเคยกับชาวเมืองเช่นเดียวกับนกยูริคาโมเมะดังกล่าว

รถไฟยูริคาโมเมะเปิดกิจการเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ปี 1995
ขณะนั้นกำลังมีการก่อสร้างโรงแรมในโอไดบะและบิ๊กไซต์ที่อาริอาเกะ ฯลฯ แต่เทเลคอมเซ็นเตอร์สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว และสถานี MX TV (สถานีโทรทัศน์โตเกียวเมโทรโปลิแทน) ก็เปิดสถานีในวันนี้ด้วย จึงได้เปิดกิจการพร้อมกัน

วันธรรมดา (ตารางเวลา)
ออกนอกเมือง : ชิมบาชิ→โทโยสุ 224 เที่ยว ชิมบาชิ→อาริอาเกะ 13 เที่ยว อาริอาเกะ→โทโยสุ 10 เที่ยว
เข้าเมือง : โทโยสุ→ชิมบาชิ 219 เที่ยว อาริอาเกะ→ชิมบาชิ 18 เที่ยว โทโยสุ→อาริอาเกะ 16 เที่ยว
รวม : 500 เที่ยว

วันหยุด (ตารางเวลา)
ออกนอกเมือง : ชิมบาชิ→โทโยสุ 229 เที่ยว ชิมบาชิ→อาริอาเกะ 6 เที่ยว อาริอาเกะ→โทโยสุ 7 เที่ยว
เข้าเมือง : โทโยสุ→ชิมบาชิ 224 เที่ยว อาริอาเกะ→ชิมบาชิ 11 เที่ยว โทโยสุ→อาริอาเกะ 13 เที่ยว
รวม : 490 เที่ยว

การออกแบบสัญลักษณ์ชื่อสถานีได้นำลวดลายสมัยเอโดะที่มีมาช้านานในประเทศญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ ภายในอาคารอันทันสมัยที่มีภาพลักษณ์เยือกเย็นในสไตล์ของการผลิตเชิงอุตสาหกรรม การนำลวดลายสมัยเอโดะในยุคโบราณของประเทศญี่ปุ่นซึ่งนำลักษณะเด่นตามธรรมชาติมาใช้เป็นสื่อทำให้หวังว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย

ชื่อสถานีจะใช้ชื่อพื้นที่หรือชื่ออาคารสถานที่เพื่อให้ผู้ใช้บริการเข้าใจง่าย และสามารถเชื่อมโยงพื้นที่จากชื่อสถานี
สำหรับชื่ออาคารสถานที่ เรากำหนดให้เป็นอาคารสถานที่ซึ่งเป็นหรือเทียบเท่ากับตัวแทนของพื้นที่ดังกล่าว และให้เป็นชื่อที่สามารถเชื่อมโยงพื้นที่ดังกล่าวได้

จากชิมบาชิถึงโทโยสุมีระยะทางให้บริการ 14.7 กิโลเมตร

เป็นระบบคมนาคมขนส่งขนาดกลางโดยรถไฟขนาดเล็กน้ำหนักเบาที่ใช้ล้อยางจะวิ่งบนทางยกระดับเฉพาะสำหรับรถไฟและใช้การควบคุมอัตโนมัติ
ตู้โดยสารมีความยาว 9 เมตร กว้าง 2.5 เมตร จุผู้โดยสารได้สูงสุด 50-60 คนต่อ 1 ตู้ สามารถขนส่งผู้โดยสารเที่ยวละประมาณ 10,000-15,000 คนต่อ 1 ชั่วโมง (กรณีที่มีตู้โดยสาร 6 ตู้)
กำลังขับเคลื่อนจะใช้ไฟฟ้าแรงดันต่ำ และวิ่งโดยขับเคลื่อนยางด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งใต้ตู้รถไฟ ในบริเวณทางโค้งจะใช้ล้อนำและหักเลี้ยวยางไปตามทิศทางการโค้งเช่นเดียวกับรถยนต์ และวิ่งโดยบังคับเลี้ยวอัตโนมัติไปตามเส้นโค้ง

(1) มีเสียงเบาและสั่นสะเทือนไม่มาก แทบไม่มีมลพิษจากการขนส่ง เช่น ไม่ปล่อยไอเสีย ฯลฯ
(2) สามารถขับได้อย่างราบรื่นแม้เป็นเส้นทางโค้งหักศอก (รัศมี 30 เมตรขึ้นไป) และทางลาดชัน (60 ต่อพัน) 
(3) ทางยกระดับบนถนนสามารถประหยัดค่าที่ดิน ส่วนรถไฟขนาดเล็กและน้ำหนักเบาก็สามารถลดค่าก่อสร้างโครงสร้างรางรถไฟ (ส่วนโครงสร้างพื้นฐาน) จึงสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง
(4) สามารถเดินรถตามเวลาที่กำหนดในระยะทางที่ใช้เวลาสั้นโดยใช้คอมพิวเตอร์ควบคุม
(5) ในการขับขี่ที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์โดยไม่ใช้พนักงานขับรถไฟ สามารถเพิ่มเที่ยวพิเศษและขับตลอดทั้งคืน ฯลฯ ได้อย่างสะดวก รวมทั้งสามารถให้บริการเดินรถที่สอดคล้องกับสภาพการใช้บริการ

สำหรับวิธีการที่ใช้พนักงานขับรถไฟ อาจไม่สามารถให้บริการผู้โดยสารอย่างเพียงพอ เช่น การเพิ่มเที่ยวพิเศษเมื่อผู้โดยสารเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และการขับรถไฟตลอดทั้งคืนในวันสิ้นปี ฯลฯ
ส่วนการขับขี่อัตโนมัติโดยไม่มีพนักงานขับรถไฟ หากรถไฟพร้อมแล้วก็สามารถขับเที่ยวพิเศษได้ทุกเมื่อ เวลาเดินรถก็เที่ยงตรง และสามารถโดยสารโดยไม่ต้องรอนานแม้ในเวลาที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น

อุปกรณ์หลัก ๆ ทั้งหมดที่ใช้ควบคุมการขับรถไฟและเฝ้าสังเกตสภาพการณ์นั้นมีมากกว่าหนึ่งระบบและเป็นโครงสร้างที่รักษาความปลอดภัยแม้มีความขัดข้องโดยไม่ต้องกังวลว่าจะขับขี่หรือแสดงผลผิดพลาดอันเกิดจากความบกพร่องของอุปกรณ์
รถไฟที่ขับโดยไม่มีพนักงานขับรถไฟจะขับขี่อย่างปลอดภัยและแม่นยำ และมีการตรวจสอบสภาพการขับขี่อยู่ตลอดเวลาที่ศูนย์ควบคุมโดยใช้ระบบควบคุมการเดินรถอัตโนมัติ (ATO) - อุปกรณ์ควบคุม ATO ของสถานี (การหยุดในตำแหน่งที่กำหนด) - อุปกรณ์ส่งข้อมูล ATO (เฝ้าระวังและควบคุมตู้โดยสารและอุปกรณ์) บนพื้นฐานของอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยของระบบอาณัติสัญญาณรถไฟ เช่น อุปกรณ์ควบคุมรถไฟอัตโนมัติ (ATC) - อุปกรณ์ตรวจจับตำแหน่งรถไฟ (TD) เช่นเดียวกับที่ใช้กับรถไฟใต้ดินและรถไฟชินคันเซ็น ฯลฯ
ชานชาลาและลานโถงภายในสถานีมีกล้องวงจรปิดติดตั้งตามจุดหลัก ๆ และเฝ้าสังเกตดูการโดยสารของผู้โดยสารอยู่เสมอ หากมีความผิดปกติ ศูนย์ควบคุมสามารถสั่งให้หยุดรถไฟหรือให้เจ้าหน้าที่ไปจัดการปัญหา
เมื่อเครื่องจำหน่ายบัตร เครื่องตรวจตั๋ว ลิฟต์ และบันไดเลื่อน ฯลฯ เกิดความขัดข้อง ตรง จะมีการแจ้งเตือนปรากฎขึ้นที่อุปกรณ์เฝ้าระวังของสถานีและศูนย์ควบคุม

เกี่ยวกับตู้โดยสาร

ล้อยางมีคุณสมบัติพิเศษ เช่น มีเสียงเบาและสั่นสะเทือนน้อยกว่าล้อเหล็ก และแทบไม่มีมลพิษ สามารถขึ้นทางลาดชันในระดับหนึ่ง และนั่งโดยสารสบายไม่กระเทือน ฯลฯ
ระบบขนส่งแบบใหม่ที่วิ่งด้วยล้อยางสามารถขับบนทางลาดชันของสะพานเรนโบว์บริดจ์ และได้รับเลือกให้เป็นยานพาหนะที่เหมาะสมกับเมืองใหม่ในศูนย์กลางย่อยริมทะเล

มีรถไฟ 26 ขบวน และตู้โดยสาร 156 ตู้ (ทุกขบวนจะประกอบด้วยตู้โดยสาร 6 ตู้)

จำนวนผู้โดยสารสูงสุดที่รถไฟจุได้มี 3 ประเภทตามช่วงเวลาที่ผลิตรถไฟ รถไฟรุ่นแรก (ขบวนที่01-15) 1 ขบวนจุผู้โดยสารสูงสุด 352 คน (ที่นั่ง 170 คน, ที่สำหรับยืน 182 คน), ส่วนขบวนที่ 16-26 จุผู้โดยสารได้ 338 คน (ที่นั่ง 158 คน, ที่สำหรับยืน 180 คน) ส่วนขบวนที่ 27-28 ซึ่งนำมาใช้งานเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2005 1 ขบวนจุผู้โดยสารสูงสุด 308 คน (ที่นั่ง 120 คน, ที่สำหรับยืน 188 คน)
สำหรับรุ่น 7300 (ขบวนที่ 31 เป็นต้นไป) ซึ่งนำมาใช้งานเมื่อเดือนมกราคม ปี 2014 1 ขบวนจุผู้โดยสารสูงสุด 306 คน (ที่นั่ง 116 คน, ที่สำหรับยืน 190 คน)

สำหรับการปรับอากาศในรถไฟ เราได้ตรวจสอบระดับอุณหภูมิที่ตั้งไว้โดยดูความคิดเห็นต่าง ๆ และปรับให้สอดคล้องกับอุณหภูมิภายนอก ฯลฯ
ส่วนอุณหภูมิภายในรถไฟ ผู้โดยสารแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันขึ้นกับสภาพและความรู้สึกต่ออุณหภูมิขณะใช้บริการ และเป็นสภาพการณ์ที่ยากในการสร้างสภาพแวดล้อมให้ผู้โดยสารทุกท่านรู้สึกสบาย อย่างไรก็ตาม ต่อไปนี้เราก็จะพยายามรักษาสภาพอากาศภายในห้องโดยสารให้สะดวกสบาย

รถไฟยูริคาโมเมะมีวิ่งอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ รถไฟที่มีทั้ง Cross Seat (ที่นั่งที่หันไปทิศตรงข้ามกับการวิ่งของรถไฟ) และ Long Seat (ที่นั่งที่เรียงขนานกับรางรถไฟ) และรถไฟที่มีเฉพาะ Long Seat
เริ่มแรกที่เปิดให้บริการ เราใช้รถไฟที่มีเฉพาะ Cross Seat เพื่อให้ผู้โดยสารจำนวนมากนั่งได้มากที่สุดหรือมองวิวทิวทัศน์ภายนอกได้ง่าย (ปัจจุบันรถประเภทนี้หยุดให้บริการแล้ว)
ต่อมาได้นำรถไฟที่มีทั้ง Cross Seat และ Long Seat มาใช้เพื่อขยายทางเดินให้กว้างขึ้นเพื่อบรรเทาความแออัดในรถไฟ
สำหรับขบวนที่ 27 - 28 ซึ่งเริ่มเดินรถในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548 Cross Seat จะขยายระยะห่างของที่นั่งที่หันหน้าหากัน เพื่อให้นั่งสะดวกสบายขึ้นกว่าเดิมโดยคำนึงถึงความต้องการของผู้โดยสาร อีกทั้งได้ปรับเปลี่ยนความลึกของที่นั่งและมุมของพนักพิง
นอกจากนี้ สำหรับรุ่น 7300 และรุ่น 7500 (ขบวนที่ 31 เป็นต้นไป) ซึ่งเริ่มเดินรถในเดือนมกราคม พ.ศ. 2557 ใช้ All Long Seat เพื่อบรรเทาความแออัด พร้อมทั้งนำ Semi High Bucket Seat มาใช้ซึ่งเป็นที่นั่งซึ่งปรับพนักพิงสูงขึ้นเล็กน้อย และมีรูปทรงที่พยุงอย่างมั่นคงไม่ให้ส่ายไปด้านข้าง

เรามีการป้องกันรังสียูวีบนกระจกหน้าต่างทุกบานในรถไฟ

รถที่ใช้งานอยู่ปัจจุบันมีความจุผู้โดยสารดังนี้
รุ่น 7200
ขบวนที่ 26 จุผู้โดยสารได้ 338 คนต่อ 1 คัน (นั่ง 158 คน ยืน 180 คน)
ขบวนที่ 27 - 28 จุผู้โดยสารได้ 308 คนต่อ 1 คัน (นั่ง 120 คน ยืน 188 คน)
รุ่น 7300 และ รุ่น 7500 (ขบวนหลักที่ใช้อยู่)
ขบวนที่ 31 เป็นต้นไป จุผู้โดยสารสูงสุด 306 คนต่อ 1 คัน (นั่ง 116 คน ยืน 190 คน)

อื่น ๆ

ท่านสามารถถือสิ่งของที่มีขนาดรวมทั้งสามด้านไม่เกิน 250 เซนติเมตร และน้ำหนักไม่เกิน 30 กิโลกรัมได้ไม่เกิน 2 ชิ้นยกเว้นเมื่อพิจารณาว่าอาจเกิดอุปสรรคต่อการคมนาคมขนส่ง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มีความยาวเกิน 2 เมตรไม่สามารถนำขึ้นไปบนรถไฟได้
นอกจากนี้ วัตถุอันตรายและสิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้โดยสารท่านอื่น เตาผิงและเตาเผา ศพ สัตว์ สิ่งที่อาจทำให้รถไฟเสียหาย สิ่งที่อาจรบกวนผู้โดยสารท่านอื่นเนื่องจากความสกปรกหรือกลิ่นเหม็น ก็ไม่สามารถถือขึ้นรถไฟได้
※ ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน ปี 2016 มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบบางส่วนเกี่ยวกับสัมภาระที่ไม่สามารถนำขึ้นรถไฟ สำหรับตัวอย่างสิ่งของ กรุณาอ้างอิงที่นี่

ท่านสามารถนำจักรยานขึ้นไปบนรถไฟหากแพ็คลงในถุงใส่จักรยานอย่างเรียบร้อยและมีความยาวไม่เกิน 2 เมตร กรณีนี้ไม่เสียค่าธรรมเนียมการนำขึ้นรถไฟ
อย่างไรก็ตาม กรุณารับทราบว่าเมื่อเกิดความแออัดบนรถไฟ อาจมีกรณีที่ไม่สามารถนำถุงใส่จักรยานขึ้นไปได้
นอกจากนี้ ขอความกรุณาคำนึงถึงผู้โดยสารท่านอื่นภายในสถานีด้วย

สำหรับสัตว์ขนาดเล็ก (เช่น สัตว์เลี้ยง) กรุณาใส่ในภาชนะบรรจุ (ขนาดรวมทั้งสามด้านไม่เกิน 250 เซนติเมตร และน้ำหนักไม่เกิน 30 กิโลกรัม ยกเว้นภาชนะบรรจุที่ยาวเกิน 2 เมตร) และสามารถนำขึ้นรถไฟโดยระมัดระวังไม่ให้รบกวนผู้โดยสารท่านอื่น กรณีนี้ไม่เสียค่าธรรมเนียมการนำขึ้นรถไฟ
อนึ่ง เมื่อนำสัตว์ขนาดเล็ก (เช่น สัตว์เลี้ยง) ขึ้นรถไฟ กรุณาระวังไม่ให้สัตว์ออกจากภาชนะบรรจุ และไม่ให้รบกวนผู้โดยสารท่านอื่นที่สถานีและบนรถไฟ

แถวสถานีโอไดบะไคฮินโคเอ็นจะมีสวนสาธารณะริมทะเลโอไดบะ เด็คส์โตเกียวบีช โตเกียวจอยโพลิสภายในเด็คส์โตเกียวบีช เลโก้แลนด์ดิสคัฟเวอรีเซ็นเตอร์โตเกียว และย่านร้านค้าโอไดบะอิตโจเมะ
บริเวณใกล้กับสถานีโอไดบะจะมีอะควาซิตี้โอไดบะ เมดีอาช ฟูจิทีวี โรงแรมนิกโกโตเกียว และโรงแรมแกรนด์แปซิฟิก LE DAIBA ฯลฯ กรุณาดูรายละเอียดการแนะนำข้อมูลสถานที่ใกล้เคียงและปฏิทินอีเวนท์

รถไฟยูริคาโมเมะส่วนใหญ่วิ่งบนจุดที่สูงจากพื้นดินราว 10-15 เมตร
แต่สะพานเรนโบว์บริดจ์แขวนอยู่บนจุดที่สูงราว 45-60 เมตรจากระดับน้ำทะเลเพื่อให้เรือที่มีเสากระโดงและปล่องไฟสูงสามารถเดินเรือลอดใต้สะพานได้ด้วย
ดังนั้น สถานีชิบาอุระฟุโตกับขอบสะพานเรนโบว์บริดจ์จึงมีความสูงของทางเดินรถแตกต่างกันราว 30 เมตร
ในการแก้ไขความสูงที่แตกต่างกันเช่นนี้ หากไม่ทำให้ลาดชันอย่างเหมาะสมจะเกิดอันตรายได้ เช่น ลื่นไถลออกจากเส้นทาง
ดังนั้นจึงทำให้ระยะทางที่ยาวมีความปลอดภัย โดยสร้างให้เส้นทางเดินรถไฟยูริคาโมเมะมีลักษณะเป็นวงกลมและไม่ให้ลาดชันมากเกินไป

เราทำความสะอาดประจำวันภายในสถานีแต่ละแห่งอยู่แล้ว และว่าจ้างบริษัททำความสะอาดเพดาน ฯลฯ ตามกำหนดเวลาด้วยเช่นกัน
สำหรับสุขา จะทำความสะอาดทุกวัน วันละ 2 ครั้งตอนเช้าและตอนเย็น นอกช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารหนาแน่น
นอกจากนี้ ในช่วงกลางวันจะเดินตรวจเช็คความสะอาดทุก 1 ชั่วโมงโดยประมาณ